ยุทธพงษ์'s profileค น ที่ เ ดิ น ผ่ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 21

    วันที่สมปองทิ้งธงไชยไว้ในห้องตัวเดียว

    ตื่นสายหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
    ตื่นสาย แต่ยังรู้สึกว่ายังเช้า
    เช้านี้มันเงียบๆพิกล
    มันน่าจะมีเสียงอะไรบ้าง
    มันเป็นตอนกลางวันที่น่าจะเป็นช่วงของการทำกิจกรรมล้างผลาญต่างๆนานา
    และกลางคืนที่ต้องพักผ่อน กลับดังกว่า
     
    ที่ระเบียง มีเก้าอี้พับ
    มันอยู่อย่างสงบ ปราศจากการเคลื่อนไหวจากตัวมันเอง และสิ่งรบกวนภายนอก
    มานานแล้ว
    มุมมองของเก้าอี้ บางที สวยงาม บางที สับสน
    มีคำถามใหม่ๆเกิดขึ้นที่นั่น ทุกวัน
    วันนี้ก็มี
     
    ทำไมคน(มนุษย์=สัตว์ที่ยกย่องเผ่าพันธุ์ตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าสัตว์อื่นๆ ลำตัวตั้งตรงและตั้งฉากกับพื้นโลก ร่วมเพศในที่ลับและไม่จำกัดฤดูผสมพันธุ์)
    ถึงชอบตั้งชื่อตุ๊กตา?
     
    หนึ่งคำถามก็เพียงพอสำหรับการตื่นนอนครั้งล่าสุด
     
    ให้สมองได้ออกกำลังกายบ้าง
     
    กลับมานั่งที่เก้าอี้
    เอาขาพาดไว้แล้วยื่นส่วนตีนออกนอกระเบียง
    มองท้องฟ้าลอดผ่านช่องง่ามนิ้วตีนขึ้นไป
    บางทีก็นึกอยากจะเห็นภาพนี้จากข้างบนลงมา
     
    ลมพัดจากตะวันออกไปทงตะวันตก
    พัดโดนขาขวาก่อนถึงขาซ้าย
    โดยมีส่วนหนึ่งถูกบดบัง
     
    ภาพ และ ความรู้สึกข้างหน้านี้
    --ลมพัดขนนิ้วตีนและขนหน้าแข้ง--
    ทำให้
    การตื่นนอน
    สมบูรณ์แบบ
     
    October 22

    มันกลายเป็นอัตตา กลายเป็นตัวตน กลายเป็น Lifestyle

    ยึด-ติด กับอัตตา นั้นเป็นทุกข์
    อัตตา คือ ตัวตน
    อนัตตา คือ ไม่มีตัวตน
    ปล่อยให้
    เอ บี ซี ดี เอฟ ให้เป็นอนัตตา
    เอฟ นั้นมีจริง มันมีอยู่ก่อนแล้ว
    แต่ไม่มีสาระ
    เพราะมันไม่เที่ยง ไม่จีรัง
    วันนี้ เอฟ เดี๋ยววันหน้าก็ เอ
    วันต่อไปอาจจะ เอฟ อีกก็ได้
     
     
    เห็นแบบนี้แล้ว
    การยึด เอ บี ซี ดี ก็เป็นทุกข์
    เคยได้ เอ แล้วไม่ได้ก็เป็นทุกข์
     
    การติด เอฟ ก็เป็นทุกข์
     
    ดังนั้น ก็ขอให้ทุกคน
    อย่ายึดและ "ติดเอฟ" นะครับ
     
     
     
    ย้ำอีกซักทีว่า
    เอฟ นั้นมีอยู่จริง
     
     
     
     
     
     
     
    September 29

    นกเพลง- - - -

    ฉันคือขอนไม้ล่องลอยอยู่กลางทะเล
    ไร้คนไม่มีจุดหมาย
    ฉันคือนกน้อยพูดคุยกับกรงของฉันเอง
    ร้องเพลงยามเจ้าว้าเหว่
    ฉันมีความสุขกับการได้มีชีวิต
    ฉันมีความสุขกับอิสระทางความคิด
    นกน้อยที่บินอยู่ พูดคุยกับฟ้าที่วังเวง
    ร้องเพลงยามเจ้าว้าเหว่
    อยากหาคุณค่า ในการดำรงชีวิตอยู่
    อยากลอง อยากเป็น อยากคิด อยากเห็น อยากรู้
    ฝันอยากทำ ในสิ่งที่ใจนั้นต้องการ
    แต่ฉันมีฝันมากมายเหลือเกิน
    ถนนมากมาย อาจพาเธอหลงทาง
    แต่ถนนทุกสายก็ย่อมมีจุดหมาย
    ฉันคือนกน้อยพูดคุยกับกรงของฉันเอง
    ร้องเพลงยามเจ้านิทรา
    : อพาร์ตเมนต์คุณป้า (ชะม้อย)
     
     
    --------------------------วันนี้มันมีอย่างนึงที่สะกิดให้คิดถึงคำพูดที่อามเคยเขียนในเฟรนด์ชิพ... ไม่ใช่สิเราแค่อนุญาตให้มันเขียนในไดอารี่
    เพราะคิดว่าเรากับมัน(ความข้อนี้ให้ใช้ตลอดถึงบักหัมน้อยๆทั้งหลาย--กี่เกิบ)คบกันมาตั้งนานขนาดนี้คงจะไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวกันแล้ว
    --มันบอกว่า "เพื่อน คือคนที่ควรจะเว้นระยะห่างแต่พอสมควร แต่ไม่ห่างจนเกินไป" อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ --?????--
    และมันยังบอกอีกหล่ะ --"กูต้องร้องไห้แน่เลย ถ้าถึงวันที่เราจากกัน เพราะว่าเราเรียนคนละที่" 
    อารมณ์ตอนนั้นเลยนะ มันเครียดว่ะ  เครียดที่เราจะหาเพื่อนอย่างพวกนี้ได้เหรอ เราจะมีปัญญาเหรอ ?? คิดแล้วเครียดจัดเลย
    เอาล่ะวะ งั้นเรามาจัดงานเลี้ยงร่ำลาให้สมควรแก่การที่เราต้องจากกันหน่อย ทั้ง เตะบอลแมทต์อำลาที่ กี่เกิบสเตเดี่ยม กินข้าวด้วยกันมื้อใหญ่ที่นั่น
    "เห้ยพวกมึง คนไหนได้เรียนที่อื่น มึงต้องมาขอนแก่นบ่อยๆนะเว่ย มึงอย่าลืมสัญญาว่าจะกลับมาอุทยานการความรู้ตอนอายุ 30 ปีนะเว่ย เห้ยย โชคดีเว่ย"
    -----------------------------------------------
    ----------------------------------------------
    --------------------------------------------
    ------------------------------------------
    ----------------------------------------
    -----------------วันประกาศผลเอนท์
    มึงได้ไหนกัน
    กูอยู่ มข.เว่ย
    เห้ยกูก็เหมือนกัน
    กูก็ด้วย ๆ ฯลฯ
    เห้ยย แม่ง อยู่ด้วยกันหมดเลย
     
    เครียดอีกแล้ว ไม่เห็นซึ้งเหมือนที่คิดเลยว่ะ
     
    -แล้วมันก็มาอยู่ด้วยกันหมดทุกคน ที่แฟลต-
     
    เราก็ยังนึกไม่ออกหรอกว่าที่บักอามมันเขียนไว้ ต้องการจะสื่ออะไรของมัน
    แต่เวลาได้ทำหน้าที่สื่อความหมายได้อย่างดี ยิ่งนานเข้าคำพูดแต่ละคำที่เคยพูดกันก็ทยอยกันหายไป
    เราพูดกันน้อยลงว่ะ จนวันนึงก็เห็นว่า มึงเป็นคนอย่างนี้นี่เองเหรอ
    เครียดอีกแล้วครับ
    เพราะเราอยู่ด้วยกันมากเกินไปเหรอ คำว่าเรื่องส่วนตัว เวลาส่วนตัวจึงเริ่มเข้ามามีบทบาท
    จึงได้คำตอบเลยย  ทำไมต้องมีระยะห่าง
    เนาะๆ
    55
    อย่าเครียด
    August 12

    Mother's day & Another day

     แค่เฮ่อ หรือเป็นปรากฎการณ์
    หรือแค่กระแสที่รุนแรงแล้ววูบไปจนแผ่วเบา
    จากสำคัญสู่ธรรมดาสามัญ
    หรือ
    วันแม่จะมีเพียงวันเดียว
     
     
    July 30

    --สมปอง--เด็กชายวัยยี่สิบขวบคนล่าสุดของโลก--

    วันนี้ผมต้องตื่นแต่เช้า
    แม่ยื่นคำขาดมาตั้งแต่เมื่อคืน ว่า "พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้า"
    แล้วให้เหตุผลว่า ที่ต้องตื่นแต่เช้า เพราะมันเป็นวันเกิดของผม
    การตื่นนอนโดยการฝืนสังขาร มันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด
    ทำให้ผมเอาหัวที่ยังติดอยู่กับหมอน คิดไปถึงหนังสือ วรรณกรรมเยาวชนเล่มล่าสุดที่ผมซื้อมา
    "พาล์มเมอร์ เด็กชายผู้วิ่งหนีวันเกิด"
    ทั้งที่ผมยังไม่ได้เปิดอ่าน ก็เริ่มทึกทักเอาเองและจินตนาการอย่างสมจริงแบบสามมิติ ว่า "วันเกิด" คงไม่ค่อยน่าพิสมัยเท่าไหร่
     
    เป็นไปอย่างที่ผมคาด
    การลุกขึ้นจากที่นอนทั้งที่ยังไม่ลืมตาทำให้เกิดอาการปวดหัว ทั้งวัน
    การแต่งตัวที่ขัดใจแม่ --แม่ด่าว่า แต่งตัวอย่างนี้ไปวัดได้ยังไง--
    ก็เลยบอกตอบไปว่า เดี๋ยวไปถึงวัดหลวงพ่อก็จะสอนว่าอย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับของนอกกาย  เสื้อผ้ามันเป็นของนอกกาย ฉะนั้นอย่าไปยึดไปถือให้มั่น
    แม่นิ่งแล้วกลอกตาไปมา ทำท่าคิดอะไรบางอย่าง  ซักพักแกก็บ่นอีกว่า มันก็น่าจะสุภาพกว่านี้
    ผมเลยก้มลงสำรวจตัวเอง ผมใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น --อืม--
    "ถ้าแม่บ่นอีกที ผมจะกลับไปนอน"  
    น่าจะพูดได้เต็มปากว่าเช้าวันนี้ผมไม่ได้อยากไปวัดเลย -อยากนอน-
    รู้สึกตัวอีกที ผมก็กะลังเดินอยู่ในวัดแล้ว วัดอะไรก็ไม่รู้ เพราะตอนเข้าประตูมา ลืมอ่านป้าย
    ผู้คนเยอะแยะอัดกันเต็มศาลา พิธีการเริ่มด้วยการสวดมนต์ และการถวายอาหาร
    จุดนี้มันเปิดประสบการณ์ของผมเป็นอย่างมาก
    คิดภาพตามนะ
    พระ 7 รูป หันหน้าเข้าหาโยม นับร้อย ผมนั่งอยู่แถวหน้าสุด
    ถวายอาหาร แบบบุฟเฟ่ 
    ตรงหน้าพระ มีบาตรรูปละใบ หงายอยู่ ผมขอย้ำนะว่าหงายอยู่ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่ากับอาหารทำไมหงาย แต่กับรัฐธรรมนูญทำไมถึงคว่ำ  แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น
    ประเด็นคือ จะมีรถเข็นเล็กๆลำเลียงอาหารที่แตกต่าง หลากหลายชนิด
    ขบวนแรกเป็นข้าวเหนียว เมื่อรถผ่านหน้าหลวงพี่ หลวงพี่ก็จะปั้นข้าวเหนียวแล้วอาหย่อนลงไปในบาตรส่วนตัว
    ต่อมาเป็นข้าวเจ้า ก็ตักข้าวเจ้าลงบาตรใบเดิม 
    คราวนี้เป็นกับข้าว ลาบเป็ดลาบไก่ *ลาบงัว* แกงจืด แกงขี้เหล็ก อ่อมไก่ใส่มะละกอ ป่นปลา น่องไก่ทอด ต้มยำกุ้ง และอีก 10ๆเมนุที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้
    รวมกันอยุ่ในบาตรใบเดิม

    ไคล์แมก ของงานนี้ ผมจับตาดูที่ของหวาน
    ดูซิว่าหลวงพี่ใจกล้าแค่ไหน
    รถเข็นหม้อข้าวเหนียวเปียกค่อยๆเลื่อนมาอย่างช้าๆเนิบๆ    มันน่าลุ้นมากเลยทีเดียว
    มาถึงแล้วหลวงพี่ก้อตักของหวานอย่างแรกมา แล้วก็ตักลงใส่
    ถ้วยต่างหาก
    ทำเอาผมหมดสนุกที่จะลุ้นเลย
     
    แต่เห็นแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มนะ
    จริงๆแล้วผมอยากไปส่องดูสภาพในบาตรใบนั้นจังเลย
     
    July 15

    เปิดโปรงแผนทำลายโลกด้วยทฤษฎีโลกร้อน

        ทุกบ่ายของทุกวัน มันจำต้องมีเหตุซักอย่างให้ต้องพาตัวเองพร้อม *ชะม้อย* ออกไปพ่นควันไอเสียข้างนอก
    รู้สึกร้อนจนแสบผิวหนังกำพร้า ความร้อนจึงพาความคิดไปถึงการที่ ด็อกเตอร์ ทั้งหลายออกมาประกาศปาวๆกันว่า "เราควรรณรงค์"
    รณรงค์ไม่เปิดแอร์ รณรงค์ไม่ตัดต้นไม้ รณรงค์ไม่ใช้พลาสติก  เพราะพวกมันเหล่านี้จะมีสาเหตุทางวิทยาศาสตร์(ซึ่งผมไม่เคยมีความรู้และเกี่ยวข้อง)
    บางอย่างทำให้โลกของเรา ร้อนขึ้น   
     ใช่  ผมรู้สึกแล้ว ว่ามันร้อนจริงๆ
        คิดถึงเรื่องที่มู๋ มันถามผมตอนมันเห็นผมถือถุงหูหิ้วใส่ขนมเข้ามาให้ห้อง
    "มึงรู้มั้ย มนุษย์เรามีพลาสติกใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่"
        ไม่รู้
    "เมื่อไม่ถึง ๑๐๐ ปี มานี้เอง แล้วมึงรู้มั้ยว่า พลาสติกชิ้นนึง ใช้เวลาย่อยกี่ปี"
        ไม่รู้ รึเคยรู้แต่จำไม่ได้ รู้แต่ว่ามันนานมาก
    "เออ กูก็ไม่รู้ แต่เค้าบอกว่ามันนานมากเป็นแสนเป็นล้านปี"
        อือมม
    "แล้วมึงรู้มั้ยว่าพลาสติกชิ้นแรกในโลก มันยังไม่ย่อยเลย"
        เห้ยยยยยยย!!!! จริงเหรอ?????
     
     
        จริงครับ บางทีพลาสติกชิ้นนั้นอาจมีส่วนสำคัญของการละลายของภูเขาน้ำแข็งที่เมืองนอก มันอาจส่งผลให้ปรอทวัดองศาความร้อนในประเทศไทยสูงขึ้น
    ที่แรงบันดาลใจสำคัญ ที่มานั่งพิมพ์ตรงนี้เพราะ วันนี้มันร้อนมากเกินไปแล้วววว 
    ช่วยกันคนละไม้คนละมือนะครับ  เพื่อโลก  และเพื่อผมด้วยครับ
     
     
    *ชะม้อย เป็นชื่อรถของผมเองครับ เป็นรถที่ผมรักมาก บางทีผมอาจต้องเก็บมันไว้ในโรงรถแล้ว
    เพราะเค้าบอกว่าควันไอเสียของมันก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร้อน
     
    May 01

    วันแรกของวันที่เหลือ

    วันแรงงาน
    ผมก็เพิ่งเห็นความสำคัญของวันนี้ก็วันนี้แหละครับ
    เพราะปกติเราเรียนหนังสือ เราไม่จำเป็นต้องใช้แรงงาน
    จึงเป็นจำเป็นต้องมีวันแรงงานและเห็นความสำคัญของวันแรงงาน
    1 วันหยุดในรอบ 2 สัปดาห์ มีผลอย่างมากในการทำงานที่น่าเบื่อ
    เบื่อที่ต้องทำงานหนัก เบื่อที่ต้องถูกหัวหน้าและเจ้านายด่า เบื่อที่ต้องตื่นแต่เช้าและนอนแต่หัวค่ำ
    ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน
    ประสบการณ์ใหม่ๆจึงพรั่งพรูเข้ามา
    แล้วแต่ว่าเราจะรับและพร้อมจะรับมันได้ไหม และรับได้เท่าไหร่
    ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ที่นี่ มันทำให้ผมเปลี่ยนความคิดในการทำงานแบบเดิมๆ
    ซึ่งผมเคยคิดว่า เมื่อเราทำงาน ยิ่งเราทำนานเท่าไหร่ มันจะค่อยๆชิน
    งานก็จะสบายขึ้น เราก็จะสบายขึ้น
    แต่ที่ผมเจอ มันไม่ใช่
    วันแรกที่เข้าไปทำงาน เวลาในวันนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนคิดไปว่าชีวิตผมจะหยุดแค่ตรงนั้น วันนั้น
    งานทุกอย่างที่เจอล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน
    รู้สึก หนัก และเหนื่อย และ ท้อ แท้
    และคิดว่า วันพรุ่งนี้จะดีกว่านี้
    ผมหมายถึงว่า มันจะดี มันจะสบายกว่า เพราะผมเคยคิดว่าวันแรกเป็นวันที่หนักที่สุดในการทำทุกๆอย่าง
    และคิดว่าผมผ่านวันนั้นมาได้แล้ว
    เข้าสู่วันที่สอง ก็เข้าอีหรอบเดิม แต่ผมได้จับงานจริงๆที่ผมจะต้องทำประจำ
    มันหนักกว่าวันแรกอีก
    และเหนื่อยกว่าวันแรก
    บอกตัวเอง เออน่ะ เราเพิ่งจะเจองานจริงๆ
    พรุ่งนี้ก็สบายแล้ว
    เข้าสู่วันที่สาม ก็เจอหนักกว่าเดิมอีกแล้ว
    เห้ยย นี่มันอะไรกันวะ
    วันที่ 4 5 6 7 8 9 10 ... ก็เหมือนกัน หนักขึ้นเรื่อยๆ
    จนทำได้ 2 เดือน ก็ยังไม่เจอวันไหนที่สบายกว่าวันที่ผ่านมาเลยซักวัน
     
    เพิ่งมาเจอก็วันนี้แหละ
    วันแรงงานที่ไม่เคยมีความสำคัญ
    เป็นวันที่สบายที่สุดในชีวิต ได้ตื่นสาย ได้นอนดึก
    โอ้สบาย
     
    และพรุ่งนี้
    ก็ต้องกลับไปพบกับ
    วันแรกของวันที่เหลือ
    April 29

    จริงจัง ไม่ใช่เล่นๆ

    เริ่มว่า
    รับบริจาคและรับซื้อฟิล์มถ่ายรูปทุกชนิดในราคาถูกที่สุด (ต่อได้)
    ไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มสไลด์ เนกกาทีฟ หรือขาว-ดำ
    จะยังมีชีวิตอยู่หรือหมดอายุแล้วก็ตาม
    รับจำนวนมาก
    (แต่เงินมีไม่มาก)
    ถ้าจะให้ดี เพื่อนๆ ควรจะซื้อมาฝากคนละม้วนสองม้วน
    จะทำให้เกิดมงคลเเก่ชีวิตของท่าน นักแล
     
     
    สนใจติดต่อ เบอร์ปอง
    หรือไม่ก็โพสเบอร์หรือที่อยู่ไว้ก็ด้
    ทางเราจะโชว์กลับไปหาท่านทันทีที่ได้รับข้อมูล
    จึงขอความกรุณาให้ท่านโทรกลับหาเราทันทีที่ได้รับการติดต่อกลับ
    หวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์
    เช่นเคย
     
     
     
    April 22

    เพลงเพราะๆ

    *ไม่มีความหมาย*
    เพราะเธอบอก ความจริงที่ฉันรับมันไม่ไหว
    เธอกำลังจะจากฉันไป อยากจะขอให้เธออยู่
    แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

    เพราะความจริง ว่าเธอไม่คิดที่จะกลับมา
    มันทำให้ตัวของฉันรู้ว่า วันพรุ่งนี้ไม่มีเธอ
    ไม่เหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา

    * ทั้งๆ ที่รักเธอจนหมดใจ
    ถ้าหากฉันเสียเธอไป อะไรๆก็ไม่มีความหมาย
    หากว่ามันไม่อยากให้ย้อนเธอมาใหม่ ก็ไม่เหลือความต้องการ
    ต่อให้ซักเท่าไร อะไรก็คงไม่น่าสนใจ
    ไม่มีความหมาย โลกทั้งใบไม่มีเธอก็เหมือนไม่มีใคร
    อยากจะขอให้เธอนั้นเปลี่ยนใจได้ไหม ช่วยอยู่กับฉันได้ไหม
    หากว่าฉันยังมีความหมาย
     
    **เข้ากันไม่ได้**
    ลืมตาเพื่อจะพบว่าไม่มีเธอ
    อยู่บนโลกใบที่เคยเจอ
    กับความรักที่มันสวยงาม

    อยากทำใจอยากจะรับความเป็นไป
    อยากจะไม่มัวมาอาลัย
    แต่ก็ไม่วายคิดถึงเธอ

    อยากพบอีกครั้งหนึ่ง อยากซึ้งอีกสักนาที
    อยากทำดีๆ กับเธออีกสักครั้ง
    ที่แล้วไม่เสียใจ กอดไว้ทั้งน้ำตา
    ก่อนจะยอมรับว่าเราเข้ากันไม่ได้

    เธอเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความจริง
    แต่ว่าฉันเดินจากทุกสิ่ง
    สู่ความฝันที่มันแสนไกล
    โอบกอดเธอที่ๆ เคยอยู่เคียงกาย
    โอบคำร่ำลากับถามใจ
    เธอคือรักเดียวที่ฉันมี

    อยากพบอีกครั้งหนึ่ง อยากซึ้งอีกสักนาที
    อยากทำดีๆ กับเธออีกสักครั้ง
    ที่แล้วไม่เสียใจ กอดไว้ทั้งน้ำตา
    ก่อนจะยอมรับว่าเราเข้ากันไม่ได้
     
    ***ที่ฉันรู้***
    ทุกคนคงเคยมีความจริงที่ปิดบังไม่ให้ใครรู้
    ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็ซ่อนไว้ภายใน
    เจอะใครก็ต้องทำเป็นเฉย รู้สึกกลัวจนไม่อยากเปิดเผย คือสิ่งที่ฉันนั้นเป็นอยู่
    เป็นความจริง ที่ไม่อยากให้มันเป็นจริง
    ต่อให้ฉันนั้นทำทุกสิ่งเธอก็ไม่หันกลับมามองดู

    อยากจะขอสักอย่าง อยากจะขอร้องสักอย่าง
    อยากจะขอให้เหลือ หนทางให้ฉันยังเดินได้อยู่
    โปรดอย่าถามกันเลย อย่าเพิ่งถามฉันเลย เรื่องราวของเราทั้งคู่
    ไม่อยากจะพูดจะบอก ไม่มีเหตุผลจะตอบ
    ฉันเองยังไม่เคยคาดคิด ไม่เคยรู้... เขาไม่รักฉันแล้วคือที่ฉันรู้

    น้ำข้างในดวงตามันคอยเอ่อมาเวลามีคำถาม
    เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เหตุผลนั้นเป็นยังไง
    อยากจะอยู่ลำพังเฉยๆ กลัวกับการที่จะเปิดเผย ก็ฉันเองแค่เสียใจอยู่
    เพราะความจริง ที่ไม่อยากให้มันเป็นจริง
    ต่อให้ฉันนั้นทำทุกสิ่งเธอก็ไม่หันกลับมามอง

    อยากจะขอสักอย่าง อยากจะขอร้องสักอย่าง
    อยากจะขอให้เหลือ หนทางให้ฉันยังเดินได้อยู่
    โปรดอย่าถามกันเลย อย่าเพิ่งถามฉันเลย เรื่องราวของเราทั้งคู่
    ไม่อยากจะพูดจะบอก ไม่มีเหตุผลจะตอบ
    ฉันเองยังไม่เคยคาดคิด ไม่เคยรู้... เขาไม่รักฉันแล้วคือที่ฉันรู้

    ฉันไม่รู้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ฉันไม่รู้ต้นเหตุเพราะใคร
    ฉันไม่รู้ฉันนั้นผิดหรือไม่ ฉันนั้นยังไม่รู้...
    เธอไม่ได้รอให้ฉันถาม ไม่ได้รอให้ฉันพยายาม ฉันไม่เคยรู้ ฉันไม่เคยรู้

    อยากจะขอสักอย่าง อยากจะขอร้องสักอย่าง
    อยากจะขอให้เหลือ หนทางให้ฉันยังเดินได้อยู่
    โปรดอย่าถามกันเลย อย่าเพิ่งถามฉันเลย เรื่องราวของเราทั้งคู่
    ไม่อยากจะพูดจะบอก ไม่มีเหตุผลจะตอบ
    ฉันเองยังไม่เคยคาดคิด ไม่เคยรู้... เขาไม่รักฉันแล้วคือที่ฉันรู้
     
     
     
     
    กูอกหัก
    April 15

    พรหมลิขิต

        สงกรานต์จะผ่านไปแล้ว ยังไม่เปียกน้ำเลยครับ
    คุณแม่โทรสั่งตรงมาจากโกสุม บอกว่า ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด!
    บอกว่า ที่ปราจีน มันเล่นกันแรง  วันนี้ก็แวบออกไปดูแวบนึง
    มันก็แรงอย่างที่คุณแม่ว่าจริงๆแหละ
     
        ส่งข่าวกันหน่อย เด๋วเพื่อนๆจะหาว่า เป็นบุคคลหายสาบสูญไปซะแล้ว
    ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 48 ยังไม่ต้องไปร้องขอต่อศาลนะครับ ผมยังไม่ได้หายไปไหน
    คือว่า ผมมาทำงาน ที่โรงงาน แลคตาซอย แผนก หีบห่อ กะเอ
    ใครๆเค้าก็เรียกผมว่า เด็กห้อง ชริ๊ง  ชริ๊งที่แปลเป็นไทยว่า  บรรจุหีบห่อ อะไรประมาณนนั้นล่ะครับ
    ผมสะกดภาษาอังกฤษไม่ออก แผนกผม ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง วันๆนึงได้จับนมตลอด บางวันนมเล็ก 125 ซีซี บางวันนมใหญ่ 300 ซีซี
    บางวันซวยยสุดยอด เจอนมใหญ่เอ็กตร้ามิ้วค์ 500 และ 1000 ซีซี จึงจำเป็นจะต้องยื่นใบลาป่วยในวันรุ่งขึ้น
    ตำแหน่งของผมเนี่ย จะว่าไปนะ ผมคิดว่าคงเป็น พนักงานระดับล่างสุด (สุดๆๆๆๆ)
    เพราะว่าคงจะไม่มีอำนาจไปสั่งใครได้  แต่กลับกัน คือถ้าโดนเค้าใช้ไปไหน คือต้องไปล่ะครับ ลำบากชิบหายเลย
        ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ค่าแรง 250 บาท ต่อ 12 ชั่วโมง  เนี่ย เหนื่อยเป็นบ้าเลย
    วันๆนึงต้องแบ่งเวลาเพื่อทำ 2 กิจกรรมใหญ่ๆ คือ ทำงาน แล้วก็ พักผ่อนเพื่อจะไปทำงานอีกที
    ชีวิตเด็กโรงงานมันก็มีเท่านี้แหละ ครั้นจะยึดอาชีพนี้เก็บนมเลี้ยงลูกเมียในภายภาคหน้าคงจะไม่ไหว
     
       ีคนมีอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผล ที่เธอต้องเลือกฉัน
    จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง

    ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
    ตกลงให้เรารักกันใช่มั้ย อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
    โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก
    ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย โอ้วโอว
    ฉันขอได้ไหม "
     
      ขอด่าเจ้านายหน่อยเถอะคร้าบบ
      แม่งกูก็รู้ว่ามึงเป็นเจ๊ก  แต่มึงรู้จักมั้ยๆๆๆๆๆ สงกรานต์น่ะ  ปีใหม่ไทยโว้ยย
    ยังจะให้ทำงานอีกแม่ง โรงงานอื่นเค้าปิดให้ตั้งแต่วันที่ 12   อันนี้อะไร
    วันที่ 12 กูเพิ่งจะออกกะตอน 8 โมงเช้า แล้วดันมาให้กูไปทำงานอีกทีตอนเที่ยง 
    ใช้กูหนักยิ่งกว่าวันธรรมดาอีกแต่ให้ค่าแรงกูครึ่งวัน  ส้นตีนเอ๊ยยยย
       
       
    March 02

    ตัดผม

    ไปตัดผมมา
    บอกช่างว่า
    เอาทรง สกินเฮด ครับผม
    แต่ช่างทำหน้างงครับ
    สงสัยว่าผมสั่งผิดรึป่าว
    เลยบอกช่างว่า
    ถูกแล้ววว
    เลยสั่งอีกที
    สกินเฮด เบอร์4คับ
     
    ก่อนตัด
    ผมมีปัญหากับตัวเองอยู่พอสมควร
    ปัญหาที่ไม่ใช่เรื่อง
    อยู่ๆมันก็ปวดหัวขึ้นมาเฉยๆ
    หลังออกจากห้องสอบวิชาสุดท้ายของเทอมนี้
    มันน่าดีใจนะที่สอบเสร็จ
    แต่มันไม่ใช่
    มันปวดหัวอะ
    ทำไงก็ไม่หาย
    มองเห็นอะไรรอบตัวก็ดูขัดตา
    มองผมตัวเองก็ฟูดูขัดๆยังไงก็ไม่รู้
    ไปตัดผมดีกว่า
     
    พอไปถึงร้านตัดผม
    บอกช่างว่า
    เอาทรง สกินเฮด ครับผม
    แต่ช่างทำหน้างงครับ
    สงสัยว่าผมสั่งผิดรึป่าว
    เลยบอกช่างว่า
    ถูกแล้ววว
    เลยสั่งอีกที
    สกินเฮด เบอร์4คับ
     
    ตัดแล้วสบายใจจังเลยย
     
    November 11

    สถานะ : ยังไม่สามารถค้นพบตัวเองได้

    เงา Paradox



    Eb       Cm                       Fm          Bb

    รักเราอาจดูเหมือนมันเป็นเพียงแค่สิ่งเลือนลาง ฮึมม์..

    Eb        Cm                   Fm        Bb

    สักวันหนึ่งทางของเรามันคงต้องจากกันไป ฮึมม์..

    Gm    Cm            Gm           Cm       G#        G#m        Bbsus4

    แต่ยังได้รักกันเพียงครั้งหนึ่ง ขอบคุณที่เธอให้ฉันรู้จัก กับความรักที่มีค่ากว่ารัก



    Eb       Cm                       Fm       Bb

    รักเราอาจดูเหมือนมันเป็นเพียงแค่สิ่งปลอมๆ ฮึมม์..

    Eb       Cm                     Fm      Bb

    แค่เงาที่เคียงข้างกายแม้จะสัมผัสเพียงใด ฮึมม์..

    Gm   Cm    Gm            Cm      G#         G#m         Bbsus4

    แต่ก็ยังรักยังคงรู้สึก ขอบคุณที่เธอให้ฉันรู้จัก กับความรักที่คุ้มค่ากว่ารัก



                Eb Cm         Fm  Bb            Gm           Cm           G# Bb

    * ไม่เลิศเลอ         ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่มีความหมายใด สำคัญกว่าครั้งหนึ่งเรารักกัน



    Eb      Cm                        Fm      Bb

    แค่เพียงหลับตาล่องลอยไปในห้วงแห่งเวลา ฮึมม์..

    Eb    Cm                    Fm      Bb

    ที่เดิมที่เราสองคนได้เคยร่วมสุขกันมา ฮึมม์..

    Gm  Cm     Gm             Cm/Eb7/G#       G#m        Bbsus4

    แต่ก็ยังรักยังคงรู้สึก ขอบคุณที่เธอให้ฉันรู้จัก กับความรักที่คุ้มค่ากว่ารัก



    (ซ้ำ *)



             Eb Cm         Fm Bb                Gm

    ไม่เลิศเลอ        ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่มีความหมายใด

                  Cm         G#             Bb               Eb Cm Fm Bb Gm

    สำคัญกว่าเราได้เคยรู้จัก กับความรักที่คุ้มค่ากว่ารัก            ฮู้.. นา..

       Cm                G#           Bb              Eb

    ว่าครั้งหนึ่งเรารักกัน และเท่านั้นก็คุ้มค่าให้รัก
    October 28

    In the Room

    ทุกครั้ง
    ที่ผมไม่สบายใจผมจะร้องเพลงนี้ในห้องน้ำ
    เพื่อนที่อยู่นอกห้อง ถ้าได้ยินผมร้องเพลงนี้เมื่อไหร่
    มันก็จะรู้ว่าผมคงไม่ไหวแล้ว แล้วมันก็จะร้องตาม
    เหมือนกับว่า "กูร้องเพลง"เป็นเพื่อน"มึงนะ"
    เพลงนี้ก็จะทำนองคล้ายๆ เพลง Imagine ของ จอน เลนนอน
    คล้ายๆกัน

    - - - - - - -  - - - - - - - - - -  -
    บ่ายวันนึง
    ที่ฝนพรำ
    ที่หน้าร้านขายของชำ
    เจ้าของร้านเข้าห้องน้ำ
    ที่หน้าร้านบ๊มีไผ
    ลูกแม่ใหญ่ออนลักปี๊โป้
    แล่นหนี... ตากฝน
    ไผได้ฟัง คงหัวขวัญ
    แล่นตากฝน บ๊เหลียวหลัง
    ไปลี่บังที่หลังโอ่ง
    แล้วนั่งลง แกะปีโป้
    ลูกแม่ใหญ่ออนลักปี๊โป้
    ไปกิน...  คนเดียว
    ปีโป้อันบักใหญ่
    กินคนเดียว ไม่แบ่งใคร
    ไปลี่กินอยู่หลังโอ่ง
    บ่สนใจใครจะว่าหยัง
    บ่สนใจสายฝนพรำ

    - - - - - - เมื่อก่อน จอน เลนนอน แกก็อยู่เมืองไทยนะ- - - - - - - -
    - - - - - -แกเขียนเพลงนี้ขึ้นมาก่อนจะแต่งเพลง Imagine- - - - -
     
    แม่ใหญ่ออน เลาเคียดหลาย
    เมื่อได้ฟังเรื่องราวลูกชาย
    เลี้ยงลูกมาไม่ได้ดั่งใจ
    ฮู้ฮอดไส อายฮอดฮั่น
    มึงลักเฮ็ดหยัง ซ๊ำปี๊โป้
    คือ... บ่ลักแนวอื่น 
    ห่ากินหัวมึงเอย
    ลักเฮ็ดหยัง ประสาปีโป้
    กะเทินลักคึบ่เอาเหล้า
    คั่นถืกจับ มันบ๊คุ้มดอกหัม
    มันเสียชื่อ...  แม่ชื่อออน

    p.s.
    You may say I'm a dreamer
    But I'm not the only one
    I hope someday you'll join us
    And the world will be as one
    October 13

    อยู่คนเดียว?

    แฟลตตำรวจสามเหลี่ยม, 4 ตุลา 49

    เมื่อคืนหมาหอน 22 ครั้ง
     
    เมื่อคืนกูอยู่คนเดียวตั้งแต่ 23 นาฬิกา
    อย่าเพิ่งสงสัยว่าเพื่อนกูหายไปไหน กูกำลังจะชี้แจงรายละเอียด
    บักแบ้ง บักอาม กลับไปนอนสบายใจที่บ้าน บักมู๋ มันทิ้งกูตอนมันชวนกูไปกินข้าว และกูต้องกินข้าวคนเดียว
    อ๊ะ งง มั้ย บักมู๋ มันชวนกู มันเป็นคนชวนกู ไปกินข้าว
    ระหว่างทาง มันโทรศัพท์ กูเห็นมันกดวางแล้วก็เดินมาหากู
    "ปอง" มันเรียกชื่อกู แล้วมองหน้าและแตะไหล่
    ไม่จำเป็นที่มันต้องพูดประโยคต่อไป กูบอกตัวเองกูเข้าใจ กูบอกกับมันว่ากูเข้าใจ
    เข้าใจว่ากูต้องกินข้าวคนเดียว
    มันบอก "มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว"
    เออ ไม่เป็นไร "กูเข้าใจ"
     
    ที่ ร้านหมูปิ้ง 24 ชม.
    หมูปิ้ง 7 ไม้ ข้าวเหนียว 8 บาท
    เมื่อเสบียงพร้อม ก็มุ่งหน้ากลับแฟลต
    ระหว่างทาง
    กูรู้สึก เหมือน "ใคร"
    มานั่งซ้อนท้าย กูรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
    วันนี้กูจะไม่หลอนใคร และนี่ก็ไม่ใช่มุข
    รู้สึกมันหนัก และรถมันบิดคันเร่งไม่ค่อยขึ้น
    กูเจออะไรเข้าแล้ว!!!!!!!
     
    กูเลยพูด
    "จะตามก็ตามมา แต่อย่ากวนผมแล้วกัน ผมจะอ่านหนังสือ"
    แล้วกูก็ขี่รถมอไซมาเรื่อยๆจนถึงแฟลต
    มีหมา 1 ตัวตามมาวนเวียน
    กูจอดรถ มันก็เดินเข้ามา
    ฮั่นแน่! มึงจะฉี่ใส่ล้อรถกู 
    ไม่ได้หรอกหัม    ชิ่วๆ ไปๆ หนีๆ
    มันเหมือนจะเข้าใจกู และถอยออกห่างรถกู
    แต่ แม่ง มันฉลาดชิบ พอกูหันหลังมันรีบวิ่งเข้ามาฉี่
    เออ กูเห็นแก่ความพยายามของมึง ฉี่ก็ฉี่โลด
     
    ตัดฉากมาที่ห้อง
    สะเดาะกลอนหน้าห้องเข้ามาแล้วมานั่งตั้งสมาธิ
    ไม่ทันไร หมาตัวเหี้ยนั่น มันเปิดฉากเสียงเห่าหอนของวันนี้
    เสียงมันหอนยาวโหยโหนและหวนหวย
    สะดุ้งไปถึงขั้วหัวใจ
    โห เชี้ย แม่ง มันเนรคุณกูได้ กูอุตส่าห์ให้ที่ฉี่
    แต่มันกลับทำให้กูเหมือนไม่มีที่จะอยู่
    ไม่รู้จะไปอยู่ไหนที่ไม่มีเสียงหมาหอน
    กูจะอ่านหนังสือ
     
    เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า
    ที่หมามันหอนน่ะ ไม่ใช่เพราะมันเห็นผี
    แต่เป็นเพราะว่ามันส่งวิญญาณต่างหากล่ะ
     
    สิ้นเสียงเห่าหอนโหยหวนและหวนหวย
    กูก็กลับไปคิดถึงคนที่กูพามาด้วยจากร้านหมูปิ้ง
    ตอนนี้เขาอยู่ส่วนไหนของห้องหว่า
     
    สงสัยเค้าไปแล้วมั้ง
     
    อ่านหนังสือต่อ
     
    ป.ล. ตลอดทั้งคืน มันหอน 22 ครั้ง 
    September 25

    สุภาพชน

    55555+
    อีแน๊ต มันด่ากู "ไอ่เหี้ยย" แล้วบอกว่ากูไม่สุภาพ  555+
    น่าขำดี มันถามกูว่า กูเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
    ถ้าให้คิดคำตอบจริงๆ กูคิดไม่ออกว่ะ
    เอาเป็นว่ากูเป็นของกูอย่างนี้มานานแล้วนะแน๊ต
    พวกมึงอย่าคิดมาก  มันก็แค่คำพูดล่ะว้าา
    อย่าไปใส่ใจเลย กูกล้าพูดอย่างงี้เฉพาะกับเพื่อน (อย่างพวกมึง) เท่านั้นล่ะ
     
    แต่ก่อนที่กูไม่กล้าพูดก้อเพราะว่า
    กูแคร์ผู้หญิงอยู่คนนึง
    กูต้องทำตัวเป็นคนดีให้เค้าเห็น
    ว่ากูน่ะ แม่ง โคตรดีเลยว่ะ ให้เค้าชอบกู
    แต่ผลออกมาเป็นยังไงล่ะ อย่างที่พวกมึงรู้ มันไม่มีประโยชน์อะไร
     
    แต่อยู่ที่นี่
    กูไม่มีใคร  "กูไม่แคร์"  ใครทั้งนั้น
    แม่งง! สบายใจแบบเหี้ยๆเลยว่ะ
    555+ กูน่าจะเป็นตัวกูของกูอย่างงี้มาตั้งนานแล้ว
     
    ไอ้คำว่า เหี้ย สัด หรือคำอะไรที่ฟังๆดูแล้วห่าๆ
    มึงลองพูดออกมาดิ
    ยิ่งกว่าถอนหายใจ 10 ครั้งต่อเนื่อง
    อย่าไปแคร์อะไรเลย  เพราะมันก็แค่คำๆนึง.. ที่ควรพูดให้เพื่อนฟัง
    September 16

    canto#1

    -1-
    ข้ากล่าวว่าคืนนี้เป็นคืนที่เปลี่ยวและเหงา
    ไม่มีใครเชื่อ
    นอกจากบทกวีของข้า
     
    -2-
    ข้าไม่อาจพูดและทำอะไรตอนนี้
    ข้าหายใจ
    ข้าถอนหายใจ
     
    -3-
    เป็นปกติ
    เป็นธรรมดา
    ทุกๆราตรี
    May 17

    ที่เดิม

    ฉันนั่งอยู่ที่เก่า
    ซึ่งเคยนัดหมายกับใครคนหนึ่ง
    วันนี้
    ไร้การนัดหมาย
    ฉัน
    นั่งอยู่อย่างไร้การรอคอย
    เผื่อว่า...
    อาจได้พบกัน โดยไม่ได้นัดหมาย
    May 13

    ความรับผิดชอบ

     
          เกิดเป็นลูกผู้ชาย ตามที่รู้สึกอย่างนั้น สิ่งสำคัญ คือต้องมีความรับผิดชอบเป็นที่หนึ่ง แม่สอนไว้อย่างนี้ หรือถ้ารู้สึกว่าการพูดแบบนี้เป็นการเห็นแก่ตัว หรือเป็นการแบ่งแยกหญิงชาย ทำให้เกิดความไม่เสมอภาค  ก็จะพูดว่า เกิดเป็นมนุษย์ทุกคน สำคัญที่ความรับผิดชอบ เอาล่ะ ทีนี้ เสมอภาคขึ้นหรือยัง
          เข้าเรื่อง  วันนี้ไปแสดงความรับผิดชอบมา  ทำตามคำแม่สอน  แม่บอกว่านี้ต้องไปแก้บนนะ เดี๋ยวแม่พาไปเอง  "ครับ" ผมตอบออกไปพร้อมกับคำถามว่า "ทำไม?" มันยังค้างอยู่ในหัว  "รีบๆหน่อย" แม่ตะโกนมา  ทำให้ต้องออกแรงเพิ่มสำหรับการเคลื่อนเร็วขึ้น  เรา 2 คน - ผมกับแม่ ขี่มอ'ไซด์ไปที่ หลวงพ่อใกล้บ้านพร้อมอุปกรณ์ พวงมาลัย 9 พวง ของหวาน 9 อย่าง  ทอง 9 แผ่น  ทำไมต้องเป็นเลข 9 ล่ะครับ มันเป็นกฎของที่นี่รึป่าว ไม่แน่ใจ ผมถามแม่ ทำไมต้องเลข 9 ล่ะแม่  "มันเป็นสิริมงคล" (นักมวยถ่ายนู้ดอะเป่า?)  แม่ตอบด้วยความมั่นใจ  "แล้วใครบอกแม่มาล่ะ"  คำถามนี้ทดไว้ในใจ ถามไปโดนเขกกบาลปูด 
         ใครนะ ช่างเป็นผู้ช่างเลือกสรรแท้ๆ  ทำไมต้องเลข 9 ผมยังสงสัยไม่หาย  มันมีเหตุผลมั้ย  การตั้งกฎอะไรมันน่าจะให้เข้ากันกับกับสถานการณืบ้านเมืองและนโยบายของรัฐบ้าง หรือให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของในหลวง  "เศรษฐกิจพอเพียง"  มี 10 ส่วน ทาน 9 ส่วน กิน 1 ส่วน  น่าจะกลับกันดู    พวงมาลัย 1 พวง ของหวาน 1 อย่าง ทอง 1 แผ่น  เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น  และอีกอย่าง หลวงพ่อ ท่านชอบเลข 9 จริงๆหรือ
         สงสัยได้ซักพัก  ก็มีคนแก่เข้ามาทำพิธีให้ คูณตาบอกจุดธูปแล้วพนมมือ  แล้วแกก็เริ่มบ่น แต่ยังหันมาย้ำว่า ไม่ต้องว่าตาม  พวกเรา -ผมกับแม่ ตกลงโดยดี  
         คุณตาบ่นเสร็จ  เราถวายของเสร็จ  แม่ถาม เสี่ยงเซียมซีมั้ยลูก  "ครับ" ผมใช้คำนี้สำหรับตอบคำถามบ่อยเกินไปแล้วมั้ง ครั้งมิพักต้องใช้อีก  มองหา กระบอกเซียมซี  ไม่เจอ มันหายไปไหน   มองหาเรื่อยๆ ไปเจอสิ่งแปลกปลอม ซึ่งปนเข้ามาและซ่อนแอบอยู่อย่างลงตัวกับ พวงมาลัย  มันคือ ตู้เซียมซีหยอดเหรียญ  มีไฟวิ่งวนตลอดเวลาอยู่วงใน ไฟวงนอกวิ่งสวนทางกันสำหรับเสี่ยงทายหมายเลข ฐานเครื่องมีรูปสำหรับหยอดเหรียญ --สำหรับเหรียญ 5 บาท และ 10 บาทเท่านั้น-- สองคำวิ่งผ่านหัวผมทันที-- ศรัทธา + ธุรกิจ    เครื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?  ผมคงจะไม่ได้มาไหว้พระนานเกินไปแล้วมั้ง  วัดอื่นเขาจะมีบ้างรึป่าวนะ  ผมคงเป็นพวกหัวโบราณเกินไป เลยไม่ค่อยชินกับภาพเครื่องมือไฮเทคภายในวัดรึป่าว 
          "ไม่ครับแม่"     ผมเปลี่ยนคำตอบใหม่แล้วเดินออกห่างจากเครื่องเสี่ยงทาย  แม่ยิงคำถามสุดท้าย  "กลัวมันไม่แม่นเหรอลูก"  ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ป่าวครับ  ผมมีแต่แบงก์"